ระบบโซล่าเซลล์ เปรียบเทียบ ออนกริด ออฟกริด และไฮบริด

การติดตั้งโซล่าเซลล์นั้น สามารถทำได้ 3 ระบบ ได้ แก่ ออนกริด ออฟกริด และไฮบริด ซึ่งทั้ง 3 แบบนั้น มีข้อดี ข้อเสีย และรายละเอียดที่ต่างกัน รวมไปถึงความยากง่ายและราคาในการติดตั้ง

สรุปคร่าวๆ โซล่าเซลล์ระบบออนกริดจะเชื่อมต่อตรงเข้ากับกริดไฟฟ้าของหน่วยงานรัฐ ออฟกริดจะทำงานโดยไม่พึ่งไฟฟ้า และแบบไฮบริดจะเป็นระบบที่รวมทั้ง 2 แบบ เข้าด้วยกัน

ตอนนี้เราลองไปดูข้อแตกต่าง เปรียบเทียบเชิงลึกของระบบโซล่าเซลล์กัน

1. ออนกริด (On-Grid)

โซลาเซลล์แบบออนกริด (On-Grid) คือ ระบบที่ต่อตรงเข้ากับกริดไฟฟ้าของหน่วยงานรัฐ โดยที่พลังงานไฟฟ้าส่วนเกินจะไหลเข้าไปอยู่ในกริด และตัวโซล่าเซลล์ก็จะดึงพลังงานส่วนนี้ไปใช้ผลิตไฟฟ้า

ข้อดี

  • ราคาถูก: ราคาในการติดตั้งถูกกว่าแบบอื่น เพราะไม่มีการติดตั้งแบตเตอรี่และอุปกรณเสริมอื่นเพิ่อไว้เก็บพลังงานสำรอง
  • หักลบกลบหน่วยไฟฟ้าที่ใช้ตามจริง (Net Metering): สามารถขายไฟที่ถูกผลิตเกินความต้องการคืนให้กับหน่วยงานรัฐได้ (ซึ่งขั้นตอนการขอก็ไม่ได้ยุ่งยากสามารถทำออนไลน์ได้ ที่ https://myenergy.mea.or.th/ หรือ https://ppim.pea.co.th/)
  • มีความเสถียรสูง: เนื่องจากว่าระบบโซล่านี้ต่อตรงเข้ากับไฟของหน่วยงาน จึงทำให้มีความเสถียรในการจ่ายไฟในการใช้งาน

ข้อเสีย

อุปกรณ์ในการติดตั้ง

  • แผงโซล่าเซลล์
  • อินเวอร์เตอร์ (Inverter)
  • อุปกรณ์เชื่อมต่อกับกริด
  • ระบบตรวจสอบการทำงาน

เหมาะสำหรับ

  • บ้าน อาคาร ที่อยู่ในเมือง ในพื้นที่ที่มีไฟฟ้าเสถียร
  • ผู้ที่ต้องการลดค่าไฟต่อเดือน แทนที่ต้องการจะแทนการใช้งานไฟฟ้าจากรัฐเต็มรูปแบบ

2. ออฟกริด (Off-Grid)

โซลาเซลล์แบบออฟกริด (Off-Grid) เป็นระบบโซล่าเซลล์ที่ทำงานด้วยพลังงานแสงอาทิตย์แบบเต็มรูปแบบ ไม่มีการพึ่งพาไฟฟ้าจากหน่วยงาน โดยพลังงานไฟฟ้าที่ผลิตได้ตอนกลางวัน จะถูกเก็บไว้ในแบตเตอรี่เพื่อไว้ใช้งานในยามไม่มีแสงอาทิตย์

ข้อดี

  • ทำงานด้วยตัวเอง: ไม่มีการพึ่งพาไฟฟ้าจากหน่วยงานรัฐ ทำให้ไม่ได้รับผลกระทบในยามที่ไม่มีไฟฟ้าใช้งาน เช่น เวลาไฟดับ
  • ประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่า: เพราะไม่ต้องเสียค่าไฟรายเดือน
  • ไม่จำเป็นต้องขออนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการติดตั้ง

ข้อเสีย

  • การติดตั้งเบื้องต้นมีราคาที่สูงกว่าแบบออนกริด: เพราะต้องมีค่าแบตเตอรี่ที่ต้องติดตั้งเพิ่มเติม
  • ต้องดูแลมากขึ้น: แบตเตอรี่สำรองต้องมีการดูแลที่สม่ำเสมอ และต้องมีการเปลี่ยนเมื่อเริ่มเสื่อมสภาพ
  • กำลังไฟฟ้าที่จำกัด: ปริมาณไฟฟ้าที่มีใช้งาน ขึ้นอยู่กับขนาดและความจุของแบตเตอรี่

อุปกรณ์ในการติดตั้ง

  • แผงโซล่าเซลล์
  • อินเวอร์เตอร์ (Inverter)
  • โซล่าชาร์จเจอร์
  • แบตเตอรี่
  • แบตเตอรี่สำรอง (ไม่จำเป็น)
  • ระบบตรวจสอบการทำงาน

เหมาะสำหรับ

  • บ้าน อาคาร ที่อยู่ในพื้นที่ที่ไฟฟ้าเข้าไม่ถึงหรือจำกัด
  • ผู้ที่ต้องการแทนที่การใช้งานไฟฟ้าจากรัฐแบบเต็มรูปแบบ

2. ไฮบริด (Hybrid)

โซลาเซลล์แบบไฮบริด (Hybrid) เป็นระบบโซล่าเซลล์ที่รวมการทำงานของทั้งออนกริดและออฟกริดเข้าด้วยกัน โดยจะมีการต่อเข้ากับกริดไฟฟ้าของหน่วยงาน แต่ก็สามารถจ่ายไฟผ่านแบตเตอรี่ได้เมื่อจำเป็น

ข้อดี

  • มีความยืดหยุ่น: สามรถทำงานได้ทั้งเวลาที่มีและไม่มีไฟฟ้าใช้งาน
  • มีความเสถียรสูง
  • หักลบกลบหน่วยไฟฟ้าที่ใช้ตามจริง (Net Metering): สามารถขายไฟที่ถูกผลิตเกินความต้องการคืนให้กับหน่วยงานรัฐได้ ส่วนไฟสำรองก็จะถูกเก็บไว้ในแบตเตอรี่

ข้อเสีย

  • การติดตั้งเบื้องต้นมีราคาที่สูง: เพราะต้องมีค่าแบตเตอรี่ที่ต้องติดตั้งเพิ่มเติม รวมไปถึงระอุปกรณ์อื่นๆ
  • มีคามซับซ้อนในการติดตั้ง: ต้องใช้ผู้ที่มีความชำนาญเกี่ยวกับระบบในการติดตั้ง
  • ต้องมีการขอนุญาตในการติดตั้ง: เพราะต้องมีการเชื่อมต่อกับมิเตอร์ของหน่วยงาน

อุปกรณ์ในการติดตั้ง

  • แผงโซล่าเซลล์
  • อินเวอร์เตอร์ (Inverter)
  • โซล่าชาร์จเจอร์
  • แบตเตอรี่
  • อุปกรณ์เชื่อมต่อกับกริด
  • แบตเตอรี่สำรอง (ไม่จำเป็น)
  • ระบบตรวจสอบการทำงาน

เหมาะสำหรับ

  • บ้าน อาคาร ทุกรูปแบบ
  • ผู้ที่ต้องการใช้ประโยชน์จากระบบโซล่าเซล์ทั้ง 2 แบบ

บริษัทติดตั้งโซล่าเซลล์

หากท่านกำลังมองหาบริษัทติดตั้งโซล่าเซลล์แบบครบวงจร ที่สามารถติดตั้งได้ทั้งแบบออนกริด ออฟกริด และ ไฮบริด เราคือหนึ่งในตัวเลือกที่ดีที่สุด Solar by Personet รับติดตั้งโซล่าเซลล์ ทุกรูปแบบ โดยทีมงานวิศวกรผู้เชี่ยวขาญ ประสบการณ์ยาวนานกว่า 10 ปี พร้อมจัดจำหน่ายแผงและอุปกรณ์ในการติดตั้งที่ได้มาตรฐาน ติดต่อเราวันนี้ พร้อมบริการให้คำปรึกษาและลงพื้นที่สำรวจหน้างาน ฟรี โทรหาเราที่ 0632096313 หรือแอดไลน์มาที่ @personet