อายุการใช้งานของแผงโซล่าเซลล์และการเพิ่มประสิทธิภาพ

โดยเฉลี่ยแล้ว แผงโซล่าเซลล์จะมีอายุการใช้งานอยู่ที่ประมาณ 25-30 ปี โดยระยะเวลาการใช้งานนั้น ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น การดูแลรักษา อุณหภูมิและอากาศภายนอก วัสดุโซล่าเซลล์ที่ใช้ คุณภาพในการติดตั้ง และอีกมาย ซึ่งถึงแม้ตัวแผงจะเริ่มเสื่อมสภาพ ก็จะยังสามรถผลิตไฟฟ้าได้อยู่ เพียงแต่ว่ากำลังการผลิตไฟฟ้านั้นจะลดลงไปตามกาลเวลา แต่ก็จะลดลงไปไม่เกิน 20%

ในบทความนี้ เราจะมาดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับปัจจัยที่ส่งผลต่ออายุการใช้งานของแผงโซล่าเซลล์ การดูแลรักาษา และข้อมูลอื่นๆ ที่สำคัญกัน

ปัจจัยที่ส่งผลต่อการเสื่อมสภาพ

5 ปัจจัยหลักที่ส่งผลต่ออายุการใช้งานของแผงพลังงานแสงอาทิตย์ ได้แก่

  1. คุณภาพของวัสดุ: คุณภาพของวัสดุแผงโซล่าเซลล์ที่ใช้ในการผลิตนั้นสำคัญมาก ดังนั้นควรเลือกซื้อจากแบรนด์ที่ได้มาตรฐาน เช่น Huawei เป็นต้น
  2. การติดตั้ง: การติตั้งโซล่าเซลล์ที่ไม่ได้คุณภาพย่อมทำให้เสี่ยงต่อการได้รับผลกระทบทั้งจากปัจัจัยภายนอกและภายใน โดยหากท่านกำลังมองหาบริษัทติดตั้งโซล่าเซลล์คุณภาพและน่าเชื่อถือ ท่านสามารถติดต่อเราได้ ด้วยประสบการณ์การทำงานมามากกว่า 10 ปี รับรองว่าคุณภาพการทำงานของเราไม่เป็นสองรองใคร
  3. สภาพอากาศ: สภาพอากาศและอุณหภูมิภายนอกก็ส่งผลต่ออายุการใช้งานของแผงพลังงานแสงอาทิตย์ โดยหากติดตั้งในพื้นที่ที่มีลมพัดแรงอยุ่สม่ำเสมอ หรือ คววามร้อนที่สูงมาก ก็จะทำให้ตัวแผงเสื่อมสภาพได้เร็วขึ้น
  4. การดูแลรักษา: การหมั่นทำความสะอาดดูแลรักษาโซล่าเซลล์จะช่วยป้องกันจากการเสื่อมสภาพ
  5. การเสื่อมสภาพตามกาลเวลา: แผงโซล่าเซลล์จะเสื่อมปริสิทธิภาพในการผลิตไฟฟ้าตามกาลเวลา ซึ่งจะลดลงประมาณ 0.5% ถึง 1% ต่อปี

อายุการใช้งานตามประเภท

โซล่าเซลล์นั้นสามารถแบ่งได้ เป็น 3 แบบ ตามที่ได้อธิบายไปแล้ว ซึ่งแต่ละประเภทนั้น มีอายุการใช้งานดังนี้:

  1. โมโนคริสตัลไลน์ (Monocrystalline): มีความคงทนมาก สามารถอยู่ได้ 25-30 ปี หรือมากกว่า
  2. โพลีคริสตัลไลน์ (Polycrystalline): มีความแข็งแรง คงทนรองลงมา สามารถอยู่ได้ประมาณ 22-25 ปี หากดูแลรักษาดี
  3. ฟิล์มบาง (Thin Film): มีความคงทนน้อยกว่า แต่มีความยืดหยุ่นในการนำไปใช้งาน สามารถอยู่ได้ประมาณ 10-20 ปี

วีธีการยืดอายุ

วีธีการยืดอายุ เพิ่มประสิทธิภาพของแผงโซล่าเซลล์ให้มีการใช้งานได้ยาวนานที่สุด มีดังนี้:

  1. หมั่นล้าง ทำความสะอาด: ฝุ่น ทราย และเศษซากต่างๆ เมื่อมาปกคลุมบดบังตัวแผงจากแสงอาทิตย์ ก็จะทำให้โซล่าเซลล์ต้องทำงานหนักขึ้น ทำให้เร่งปฎิกริยาการเสื่อมสภาพ ดังนั้นแล้ว เราแนะนำให้หมั่นทำการล้าง ทำความสะอาดโซล่าเซลล์อยู่เสมอ อย่างน้อยปีละ 1-2 ครั้ง
  2. เช็คสภาพทุกปี: ควรมีการเช็คสภาพ การทำงานของแผงโซล่าเซลล์ทุกปีเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหา
  3. เลือกติดตั้งกับบรษัทที่ได้มาตรรฐาน
  4. คอยตรวจเช็คการทำงานผ่านแอปพลิเคชั่น: เพื่อวัดประสิทธิภาพในการผลิตกระแสไฟฟ้า และแก้ไขปัญหาหากมีตั้งแต่เนิ่นๆ

อุปกรณ์อื่นๆ

นอกจากตัวแผงโซล่าเซลล์ที่มีการเสื่อมสภาพตามกาลเวลาแล้ว อุปกรณ์สำคัญอื่นๆ ที่ใช้ในการติดตั้งก็ด้วยเช่นกัน โดยคร่าวๆ มีรายละเอียดดังนี้:

Inverters

เป็นตัวเปลี่ยนกระแสไฟฟ้า DC ที่ผลิตจาตัวแผง ไปเป็น AC เพื่อใช้ภายในบ้าน ซึ่งเป็นอุปกรณ์หลักในการติดตั้งโซล่าเซลล์ จะมีอายุการใช้งานประมาณ 10-15 ปี โดยมีการดูแล รักษา คร่าวๆ ดังนี้:

  • เก็บอินเวอร์เตอร์ในที่ที่แห้งและเย็น
  • คอยเช็คสภาพสม่ำเสมอ
  • ติดตั้งในพื้นที่ที่มีการอากาศถ่ายเทสะดวก

Battery

เป็นอุปกรณ์กักเก็บพลังงานที่ผลิตได้จากแผงพลังงานแสงอาทิตย์ไว่ใช้สำรอง จะมีอายุการใช้งานประมาณ 5-15 ปี โดยมีการดูแล รักษา คร่าวๆ ดังนี้:

  • พยายามเลี่ยงการชาร์จแบตเตอรี่จาก 0
  • รักษาไม่ให้อุณหภูมิสูงเกินไป
  • คอยเช็คสภาพสม่ำเสมอ

ความสัมพันธ์กับการประหยัดค่าไฟ

อย่างที่กล่าวไป เมื่อแผงโซล่าเซลล์เรื่มเสื่อมสภาพ ประสิทธิภาพในการผลิตไฟฟ้าก็จะลดลงตามไปด้วย โดยเฉลี่ยแล้ว จะอยู่ที่ประมาณ 0.5% ถึง 1% ต่อปี

ดังนั้นแล้ว เราลองมาดูตัวอย่างค่าไฟที่สามารถประหยัดได้ เมื่อมีการใช้งานแผงโซล่าเซลล์ตามอายุไข

  • สมมุติว่า ปีแรก สามารถประหยัดค่าไฟฟ้าได้ 50,000 บาท ในตอนนที่แผงโซล่าเซลล์สามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ 100%
  • ปีที่ 2 สมมุติว่ามีการเสื่อมสภาพ 0.5% ต่อปี ก็จะทำให้สามารถประหยัดค่าไฟฟ้าได้ 49,750 บาท ต่อปี [(50,000* (1-0.05)]
  • ปีที่ 3 ค่าใช้จ่ายที่สามารถประหยัดได้ต่อปี ก็จะเหลือ 49,501 บาท ต่อปี [49,750 * (1-0.05)]

คำนวณไปเรื่อยๆ ครบ 25 ปี

และเมื่อมาดูค่าไฟสะสมที่สามารถประหยัดได้

  • 10 ปีแรก = 488,899 บาท
  • 15 ปีถัดไป = 688,899 บาท
  • รวม 25 ปี = 1,177,798 บาท

ดีงนั้นถ้าสรุปง่ายๆ ถึงแม้ประสิทธิภาพการผลิตของแผงโซล่าเซลล์จะลดลง แต่ค่าไฟสะสมที่สามารถประหยัดได้นั้นก็ถือว่ายังคุ้มมากๆ